กติกาและลำดับไพ่ Poker เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนเล่น

กติกาและลำดับไพ่ Poker เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนเล่น

กติกาและลำดับไพ่ Poker เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนเล่น หลังจากที่ได้รู้จักเรื่องราวของไพ่ โป๊กเกอร์ กันไปบ้างแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นเกมพนันที่ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก แต่ด้วยความที่ว่ามันเป็นเกมที่ใช้จิตวิทยา รวมไปถึงการอ่านท่าทีของผู้เล่นด้วยกันเอง เพื่อที่จะให้รู้ว่าอีกฝ่ายฝีมือเป็นยังไง อยู่ระดับไหน การศึกษาเรื่องของกติกาจึงเป็นสิ่งสำคัญและไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะถ้าเราไม่แม่นเรื่องนี้ล่ะก็ เตรียมตัวโดนรุมกินโต๊ะ หรือเป็นหมูในอวยกันไปได้เลย

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ เล่นโป๊กเกอร์ อย่างไรให้ได้เงิน

โป๊กเกอร์-(4)

ศัพท์พื้นฐานที่ขานกันในวง โป๊กเกอร์

แม้ว่าในการเล่นไพ่ โป๊กเกอร์ บน คาสิโนออนไลน์ มันจะทำให้อ่านท่าทีผู้เล่นด้วยกันเองยากขึ้น แต่บางครั้งมันก็มีที่ผู้เล่นเผลอหลุดออกไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เพียงไม่เข้าใจศัพท์ที่เขาพูดกันในวงไพ่ ดังนั้นเรามาดูกันครับว่ามีคำศัพท์ไหนบ้างที่เราต้องรู้ และถ้ามีคำเหล่านี้ออกมาเราจะต้องทำอย่างไร

  • Button คือปุ่มที่อยู่หน้าผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง โดยคนนั้นจะมีสถานะเป็น Dealer และปุ่มนี้จะเวียนไปหาผู้เล่นคนอื่น ๆ ตามเข็มนาฬิกา
  • Dealer หมายถึงตำแหน่งเจ้ามือหรือคนแจกไพ่ แต่ใน คาสิโนออนไลน์ ผู้เล่นที่เป็น Dealer จะได้รับไพ่รวมถึงได้เล่นเป็นคนสุดท้ายในรอบนั้น ๆ
  • Hold cards หมายถึงไพ่ที่ได้รับแจก โดยที่ไพ่จะถูกคว่ำหน้าไว้เพื่อไม่ให้ผู้เล่นอื่นเห็น
  • Big Blind (BB) หมายถึงผู้เล่นที่ถูกบังคับให้วางเดิมพันแบบเต็มจำนวนขั้นต่ำของโต๊ะ โดยไม่สนว่ารอบนั้นจะเล่นหรือไม่ สมมติว่าขั้นต่ำคือ 100 บาท คนที่เป็น Big Blind ก็จะต้องวางเดิมพัน 100 บาท ทันที
  • Small Blind (SB) หมายถึงผู้เล่นที่ถูกบังคับให้วางเดิมพันเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนขั้นต่ำของโต๊ะ สมมติว่าขั้นต่ำคือ 100 บาท จะต้องวางเดิมพัน 50 บาททันที
  • Flop หมายถึงไพ่กองกลาง 3 ใบแรกที่ผู้แจกไพ่เป็นคนจ่ายในรอบแรก ซึ่งไพ่ทั้งหมดจะถูกหงายหน้าไพ่ไว้
  • Turn หมายถึงไพ่กองกลางใบที่ 4 จากผู้จ่ายไพ่
  • River หมายถึงไพ่กองกลางใบที่ 5 จากผู้จ่ายไพ่

กติกาและวิธีเล่น โป๊กเกอร์

สำหรับไพ่โป๊กเกอร์จะมีรอบเดิมพันหลายรอบต่อหนึ่งเกม การเดิมพันก็จะเริ่มตั้งแต่ก่อนแจกไพ่ และจะมีไปเรื่อย ๆ จนไพ่ถูกแจกครบตาม กติกาโป๊กเกอร์ จากนั้นผู้เล่นจะนำไพ่ทั้ง 5 ใบที่มีอยู่ในผสมกันโดยเรียงตามลำดับไพ่ เพื่อดูว่าแต้มของใครเหนือกว่ากัน ซึ่งในแต่ละเกมจะสามารถมีผู้ชนะได้มากกว่า 1 คน โดย วิธีเล่นโป๊กเกอร์ ก็จะมีดังนี้

  1. ผู้แจกไพ่ทำการแจกไพ่ให้กับผู้เล่นทุกคนบนโต๊ะ ตอนนี้ไพ่ที่อยู่ในมือผู้เล่นจะเรียกว่า Hold card
  2. หลังจากที่ได้ไพ่กันครบแล้ว ผู้เล่นที่อยู่ซ้ายมือของ Big Blind จะเป็นผู้เริ่มเล่นก่อน
  3. ในการเล่น ผู้เล่นจะสามารถเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ดังนี้
  • Fold เป็นการทิ้งไพ่ในมือ เพื่อบอกว่าไม่ต้องการเล่นในเกมนี้แล้ว หรือที่เรียกกันว่า “หมอบ”
  • Call เป็นการวางเดิมพันตามชิปเดิมพันสูงสุดในรอบนั้น
  • Raise เป็นการเพิ่มเดิมพันสูงสุด หากมีคน Raise คนอื่นที่เหลือจะต้อง Call ตามเพื่อให้ชิปเดิมพันเท่ากัน หรือจะ Fold ก็ได้
  • Check ผู้เล่นสามารถเคาะโต๊ะเป็นสัญญาณการผ่านได้ จะทำก็เมื่อชิปเดิมพันของเราเท่ากับเดิมพันสูงสุด ณ ตอนนั้น แล้วเราก็ไม่ต้องการเพิ่มเดิมพันอีก หากทุกคน Check จนครบ ผู้แจกไพ่จะเริ่มรอบต่อไปด้วยการแจกไพ่
  1. หลังจากผู้เล่นที่เหลือทำซ้ำในข้อ 3 ไปแล้ว ผู้แจกไพ่จะแจกไพ่กองกลางใบที่ 4 หรือที่เรียกกันว่า Turn เพื่อเริ่มเล่นรอบต่อไป
  2. เมื่อถึงรอบสุดท้าย ผู้แจกไพ่จะแจกไพ่ใบที่ 5 หรือที่เรียกว่า River ลงไปบนโต๊ะ เพื่อเริ่มการแข่งขันรอบสุดท้าย
  3. เมื่อจบรอบสุดท้ายแล้ว ผู้เล่นที่เหลือจะต้องเปิดไพ่เพื่อวัดแต้มกัน ใครที่ผสมไพ่ 2 ใบในมือกับอีก 5 ใบบนโต๊ะได้แต้มมากกว่าก็จะเป็นผู้ชนะ

โป๊กเกอร์(6)

โป๊กเกอร์ มีกี่แบบ

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจเข้าใจว่า โป๊กเกอร์ นั้นมีอยู่แค่แบบเดียว แต่ความจริงตามคาสิโนมีไพ่โป๊กเกอร์ให้เล่นมากกมายหลายชนิด หลัก ๆ ก็จะมี

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ โป๊กเกอร์ เกมไพ่ที่อยู่เหนือการพนันในวงการคาสิโน

Texus Hold’em

เป็นเกมไพ่โป๊กเกอร์ที่นิยมเล่นกันมากที่สุด วิธีเล่นก็คือผู้เล่นจะได้รับไพ่แค่ 2 ใบ รวมกับไพ่กองกลางอีก 5 ใบ ใครที่รวมไพ่และเรียงออกมาได้แต้มดีที่สุดก็จะชนะและกวาดเงินกองกลางกลับบ้าน หรือจะทำให้ผู้เล่นคนอื่นทิ้งไพ่จนหมดก็ถือว่าชนะเช่นกัน

Omaha

โป๊กเกอร์ชนิดนี้ผู้เล่นจะได้รับไพ่ 4 ใบ รวมกับกองกลาง 5 ใบ แต่สามารถใช้ไพ่ในมือ 2 ใบมาแทนไพ่กองกลางได้ เพื่อที่จะผสมไพ่ 5 ใบให้ได้แต้มดีที่สุด

7/5 Stud

เป็นไพ่โป๊กเกอร์ที่ไม่มีไพ่กองกลางให้เล่น วิธีเล่นคือผู้เล่นจะได้รับไพ่คว่ำจำนวน 5 ใบ (5 Stud) หรือ 7 ใบ (7 Stud) ซึ่งมีวิธีการเล่นแตกต่างกันดังนี้

5 Stud ทันทีที่ได้รับไพ่ครบ 5 ใบแล้ว ผู้เล่นจะต้องจัดชุดไพ่ให้ได้แต้มมากที่สุดเพื่อที่จะได้เป็นผู้ชนะ

7 Stud จะแจกไพ่ 7 ใบ โดยแบ่งออกเป็น 5 รอบ มีวิธีเล่นดังนี้

  • รอบที่ 1 แจกไพ่ 3 ใบ โดยสองใบแรกจะคว่ำ แล้วหงายใบที่ 3
  • รอบที่ 2 แจกไพ่หงายเพิ่มอีก 1 ใบ
  • รอบที่ 3 แจกไพ่หงายเพิ่มอีก 1 ใบ
  • รอบที่ 4 แจกไพ่หงายเพิ่มอีก 1 ใบ
  • รอบที่ 5 แจกไพ่คว่ำอีก 1 ใบ ตอนนี้รวมแล้วมีไพ่ทั้งหมด 7 ใบ
  • หลังจากที่ได้ไพ่ครบแล้ว ผู้เล่นจะเลือกเอาไพ่แค่ 5 ใบบนมือมาวัดแต้มกันหาผู้ชนะ

Mix Game Poker

เป็นโป๊กเกอร์ที่กำหนดกติกาเพิ่มเติมเข้ามา เรียกได้ว่าเป็นโป๊กเกอร์สายประยุกต์ ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 คือ

  1. Limit 2-7 Triple Draw
  2. Limit Hold’em
  3. Limit Omaha Eight or Better
  4. Razz
  5. Limit 7 Card Stud
  6. Limit Stud Eight or Better
  7. No Limit Hold’em
  8. Pot Limit Omaha

โป๊กเกอร์-(5)

วิธีดูลำดับไพ่ Poker

อีกหนึ่งจุดปล่อยไก่ที่ทำให้มือใหม่โดนรุมกินโต๊ะก็คือการไม่รู้จักลำดับไพ่นี่แหละครับ เกมไพ่ชนิดนี้ไม่ได้ชี้ขาดกันที่แต้มของไพ่ แต่อยู่ที่การเรียงไพ่ให้ถูกลำดับ เพราะมันจะส่งผลถึงขนาดและแต้มไพ่ หมายความว่ายิ่งเรียงดีเท่าไหร่ยิ่งทำให้เรามีโอกาสชนะมากขึ้น ในวง โป๊กเกอร์ จะเรียงขนาดไพ่จากใหญ่ไปหาน้อยดังนี้

Royal Straight Flus ถือว่าเป็นไพ่ใหญ่สุด ไพ่จะเรียงจาก Ace, K, Q, J และ 10 โดยไพ่ทั้งหมดจะต้องมีดอกเดียวกัน โอกาสที่จะได้ไพ่ชุดนี้ถือว่ามีน้อยมาก โอกาสออกมีแค่ 0.00015% เท่านั้น

Straight Flush เป็นไพ่ที่มีขนาดรองลงมา โดยเรียงกัน 5 ใบด้วยไพ่ที่มีดอกเดียวกัน โอกาสออกมีแค่ 0.0015% เท่านั้น

Four of kind เป็นไพ่ที่มีแต้มเดียวกัน 4 ใบ โอกาสออกอยู่ที่ 0.024%

Full House ไพ่ชุดนี้จะมีไพ่ตอง 1 ชุด และไพ่คู่อีก 1 ชุด การตัดสินผลกรณีที่มีคนได้ไพ่ชุดเดียวกัน จะดูที่ชุดตองก่อน แล้วค่อยดูว่าชุดคู่ของใครใหญ่กว่า โอกาสออกไพ่ชุดนี้คือ 0.14%

Flush เป็นไพ่ชุดที่มีไพ่ดอกเดียวกันทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ หากมีคนออกเหมือนกันให้ใช้ Kicker ตัดสิน โอกาสออกที่ 0.2%

Straight เป็นไพ่ที่เรียงลำดับกัน 5 ใบ ไม่จำเป็นต้องมีดอกเดียวกัน หากมีคนออกเหมือนกันให้ใช้ตัวใหญ่สุดเป็น Kicker สำหรับไพ่ Ace ต้องดูว่าไพ่ที่อยู่ด้วยเป็นอย่างไร หากอยู่ในกลุ่มไพ่ฝรั่งอย่าง A, K, Q, J, 10 ในที่นี้ Ace จะมีแต้มใหญ่สุด แต่ถ้าอยู่กับไพ่ตัวเลขเช่น 5, 4, 3, 2, A เช่นนี้จะถือว่าเล็กสุด โอกาสออก Straight คือ 0.39 %

Three of Kind เป็นชุดไพ่ที่มีไพ่แต้มเดียวกัน 3 ใบอยู่ในชุด หากมีผู้เล่นออกเหมือนกันให้ใช้ 2 ใบที่เหลือเป็นตัว Kicker โอกาสออกอยู่ที่ 2.1%

Two Pair เป็นการออกไพ่คู่ 2 ชุด หากมีผู้เล่นอื่นได้ Two Pair จะดูกันที่คู่แรกก่อน แล้วค่อยดูคู่ที่สอง หากสองคู่นี้เท่ากันให้ใช้ใบสุดท้ายเป็น Kicker โอกาสออก 4.75%

One Pair เป็นชุดไพ่ที่มีโอกาสออกมากถึง 42% เพราะมีไพ่คู่เดียวอยู่ในชุด ตัดสินแพ้ชนะตรงที่ใครมีคู่ใหญ่กว่าชนะ ถ้าเท่ากันใช้ไพ่ที่เหลือเป็นตัวตัดสิน

High Card เป็นไพ่ที่มีโอกาสออกมากถึง 50% เพราะวัดกันแค่แต้มกันใบต่อใบ ไม่จำเป็นต้องเรียงอะไรทั้งนั้น

สำหรับการเล่น โป๊กเกอร์ หากว่าตั้งแต่เริ่มมาเราไม่มีไพ่คู่สักชุด หรือคิดว่าเรียงไพ่ต่อกันดี ๆ ไม่ได้ ส่วนใหญ่มักจะเลือกทิ้งไพ่กันไปเลย แม้ว่าไพ่ High Card จะมีโอกาสออกสูงที่สุด แต่ถ้าไปเจอไพ่คู่ก็คือจบ อย่างไรก็ตาม โป๊กเกอร์ ก็ยังคงเป็นเกมไพ่ที่ไม่ได้ใช้แค่แต้มเท่านั้น แต่ยังใช้การบลัฟหรือข่มขวัญอีกฝ่ายให้คิดไปเอง ให้ยอมทิ้งไพ่ นั่นหมายความว่าต่อให้มีไพ่คู่แค่ถ้าดูสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายไม่จบ ก็มีสิทธิ์โดนหลอกให้ทิ้งไพ่ได้เหมือนกัน

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on google
Google+
We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Related Posts

แนะนำ 10 เว็บแทงบอล 2020 ที่ควรมียูซเซอร์ไว้ เพราะให้ผลตอบแทนสูง

ใครที่กำลังมองหารายได้เสริม อยากมีเงินเข้ากระเป๋าทุกวัน ต้องอย่าพลาด! 10 เว็บแทงบอล 2020 ที่ควรมียูซเซอร์ไว้ เงินดี กำไรเน้นๆ

10 รูเล็ตออนไลน์ มาแรง ปี 2020 โปรโมชั่นดี มีระบบฝากถอนเงินเร็วที่สุด

หากคุณกำลังมองหาเว็บพนัน ที่มีโปรโมชั่นดีๆ casinoscapital ได้รวบรวม 10 รูเล็ตออนไลน์ ห้ามพลาด! เว็บที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักพนันมาให้คุณ

เปิดโผ 10 อันดับ สล็อตออนไลน์ 2020 ฟันกำไรแรง แจกเงินต่อเนื่อง

สล็อตออนไลน์ เป็นเกมพนันที่เล่นง่าย วิธีการวางเดิมพันก็ไม่ยุ่งยากจึงทำให้มีคนนิยมเล่นกันเยอะ วันนี้เราจะมา เปิดโผ 10 อันดับ สล็อตออนไลน์ 2020 ฟันกำไรแรง