4 เรื่องพื้นฐานต้องรู้ ก่อนเข้าสู่วงการโป๊กเกอร์

4 เรื่องพื้นฐานต้องรู้ ไพ่โป๊กเกอร์

4 เรื่องพื้นฐานต้องรู้ ไพ่โป๊กเกอร์  โป๊กเกอร์ สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นเกมที่ไม่ได้มีความยากในการเล่นมากนัก แต่มันยากก็ตรงที่เราต้องใช้ชั้นเชิงในการเล่นค่อนข้างสูงนี่แหละครับ มันเป็นเกมที่ใช้จิตวิทยาในการเล่นในการหลอกล่ออีกฝ่ายเอาเสียมาก ๆ และถ้าใครที่ไม่แม่นเรื่องพื้นฐานที่ต้องรู้แล้วล่ะก็ ต่อให้เป็นการเล่นผ่าน คาสิโนออนไลน์ ยังไงก็โดนรุมกินโต๊ะอยู่ดี งั้นวันนี้เราไปดูกันครับว่ามีเรื่องอะไรที่เราต้องเข้าใจบ้างก่อนเข้าสู่วงการ โป๊กเกอร์

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ รวมศัพท์โป๊กเกอร์ที่ต้องเจอในคาสิโนออนไลน์ 

ไพ่โป๊กเกอร์

โป๊กเกอร์ คืออะไร

โป๊กเกอร์ ถือว่าเป็นไพ่อีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมเล่นกันทั่วโลก โดยเฉพาะตามบ่อนคาสิโน วิธีการเล่นก็ง่าย ๆ ใช้แค่ไพ่ 1 สำรับ กับผู้เล่น 2 คนขึ้นไป มีความพิเศษและโดดเด่นตรงที่เกมนี้จะไม่มีเจ้ามือ มีเพียงแค่ผู้เล่นมาแข่งกันเองเท่านั้น และ/สามารถมีผู้ชนะได้มากกว่า 1 คน ซึ่ง โป๊กเกอร์ ถูกนำไปประยุกต์เป็นอีกหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Texas Hold’em, Omaha, 7/5 Stud และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจะมีรายละเอียดกติกาที่แตกต่างกันไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสนุกในการเล่น

สำหรับวิธีการเล่นไม่แค่มีเวลาศึกษาก็ใช้เวลาไม่นาน แต่การจะเล่นให้เก่ง ชนะให้บ่อย จำเป็นต้องฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านสีหน้า ท่าทาง การคำนวณ การหลอกล่อ เพราะว่าเกมนี้มันไม่ได้แค่ดวงดีก็จะเล่นได้ นักพนันทั้งหลายจึงต่างยกให้เป็นเกมกีฬามากกว่าการพนันตาม คาสิโนออนไลน์

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ 4 กลยุทธ์โป๊กเกอร์ ที่จะเปลี่ยนมือใหม่ให้กลายเป็นเซียน

4 เรื่องพื้นฐานที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับ โป๊กเกอร์

ใน 4 สิ่งที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้เป็นสิ่งที่จะขาดและพลาดไม่ได้ในการเล่น โป๊กเกอร์ เพียงแค่ช่องโหว่เล็กน้อยก็สามารถถูกมองออกได้ว่าเป็นมือใหม่หัดเล่น ซึ่ง 4 เรื่องพื้นฐานที่ต้องจำและทำความเข้าใจมีดังนี้

ศัพท์พื้นฐานที่ใช้ในการเล่น โป๊กเกอร์

แม้ว่าจะเป็นการเล่นผ่าน คาสิโนออนไลน์ แต่ศัพท์ที่ใช้ก็ยังคงเหมือนเดิม ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือเราต้องรู้ว่าที่เขาพูดกันมันหมายถึงอะไร แล้วต้องทำยังไง ซึ่งในเกม โป๊กเกอร์ คำที่มักจะได้ยินบ่อยก็จะมี

  • Call คือการวางเดิมพันตาม เป็นการวางเดิมพันเท่ากับเงินเดิมพันสูงสุดบนโต๊ะในรอบนั้น สมมติว่าถ้ามีผู้เล่นวางเดิมพัน 10 หน่วย ซึ่งตอนนั้นเป็นเดิมพันที่สูงที่สุดแล้ว หากเราทำการ Call เราก็จะต้องวางเดิมพัน 10 หน่วยด้วยเหมือนกัน
  • Check คือการขอผ่านรอบนั้น โดยมีเงื่อนไขในการ Check ก็คือจะต้องมีเงินเดิมพันเท่ากับเงินเดิมพันสูงสุดบนโต๊ะ หากมีคนเพิ่มเดิมพัน (Raise) ก่อนหน้านี้ เราก็จะต้องทำการ Call ก่อนถึงจะ Check ได้
  • Raise เป็นการเพิ่มเดิมพันสูงสุดบนโต๊ะ หากผู้เล่นต้องการเล่นในรอบต่อไปจำเป็นต้องเพิ่มเงินเดิมพันให้เท่ากันทุกคน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม
  • Fold เป็นการทิ้งไพ่เมื่อไม่ต้องการที่จะเล่นต่อ ไม่มีการกำหนดว่าต้องทิ้งในรอบไหน อยากทิ้งตอนไหนก็ได้เพียงแต่เงินเดิมพันที่วางไปแล้วจะไม่ได้คืน
  • All-in หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “เทหมดหน้าตัก” ส่วนมากจะเกิดขึ้นในสองกรณีก็คือ ถ้าไม่มั่นใจว่าไพ่ตัวเองดีมาก ๆ ก็คือต้องการจะบลัฟคนอื่นว่าตัวเองมีไพ่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังสามารถทำได้ในกรณีที่มีเงินเดิมพันเหลือน้อยแล้ว และเงินเดิมพันมีไม่พอ สำหรับเงินรางวัลที่ได้หากชนะจะมากน้อยไปตามจำนวนเงินที่ลงไปเท่านั้น
  • Bet หมายถึงเงินเดิมพัน
  • Pot หมายถึงเงินกองกลางที่มาจากเงินเดิมพันที่ผู้เล่นแต่ละคนวาง และจะเป็นของผู้ชนะเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีคำศัพท์ที่เกี่ยวกับตำแหน่งการเล่นดังนี้

  • Button หมายถึงปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่บอกตำแหน่งของผู้เล่น และจะมีการวนไปเรื่อย ๆ ตามเข็มนาฬิกา
  • Big blind (BB) หมายถึงผู้เล่นที่ถูกบังคับให้วางเดิมพันสูงสุดตามที่เกมกำหนดไว้ เช่น โต๊ะกำหนดไว้ให้วางเดิมพันไม่เกิน 10 หน่วย ผู้เล่นที่เป็น BB ก็จะต้องวางเดิมพัน 10 หน่วย
  • Small blind (SB) หมายถึงผู้เล่นที่ถูกบังคับให้วางเดิมพันครึ่งหนึ่งของเดิมพันสูงสุดของโต๊ะ เช่น โต๊ะกำหนดให้วางเดิมพันได้ไม่เกิน 10 หน่วย ผู้เล่นที่เป็น SB ก็จะต้องวางเดิมพัน 5 หน่วยเท่านั้น ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้
  • Dealer หมายถึงผู้เล่นคนสุดท้ายที่จะได้รับไพ่ ถือว่าเป็นตำแหน่งดีที่สุดเพราะมีโอกาสได้ดูท่าทีของผู้เล่นคนอื่นก่อน

ไพ่โป๊กเกอร์1

กติกาและวิธีเล่น โป๊กเกอร์

เรื่องกฎกติกาถือว่าเป็นอีกเรื่องที่พลาดไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นการพนันรูปแบบไหนก็ตาม ซึ่ง โป๊กเกอร์ เองก็มีวิธีการเล่นและกติกาที่ต้องจำดังนี้

  1. เริ่มจากผู้เล่นที่เป็น Big blind และ Small blind วางเดิมพันตามที่โต๊ะกำหนดไว้
  2. ผู้แจกไพ่จะเริ่มแจกไพ่ให้กับผู้เล่น Big blind ก่อนเป็นคนแรก แล้วค่อยวนไปจนถึงผู้เล่นคนสุดท้าย ด้วยไพ่คนละ 2 ใบ
  3. ผู้เล่นทุกคนดูไพ่ในมือก่อนที่การเล่นรอบแรกจะเริ่มขึ้น จากนั้น Big blind จะเป็นคนเริ่มเล่นก่อน แล้วค่อยวนไปหาผู้เล่นคนอื่นตามเข็มนาฬิกาแล้วไปจบรอบที่ Dealer และในขณะที่ผู้เล่นถูกวนรอบมาถึงตนเอง สามารถเลือกได้ว่าจะ Fold, Call, Raise หรือ Check
  4. ผู้เล่นทุกคนจะต้องใช้ 4 ตัวเลือกในข้อสามในการเล่น เล่นไปจนกว่าเงินเดิมพันของตัวเองจะเท่ากับผู้เล่นทุกคน จึงจะสามารถเริ่มรอบต่อไปได้
  5. ผู้แจกไพ่ทำการ Flob โดยการเปิดไพ่ 3 ใบจากกองกลางแล้วหงายบนโต๊ะ เพื่อให้ผู้เล่นทุกคนเอาไพ่ในมือมาจัดชุด เมื่อเปิดไพ่เสร็จแล้วผู้เล่นจะเริ่มเล่นรอบที่สองด้วย 4 ตัวเลือกเหมือนเดิม เมื่อทุกคนวางเดิมพันเท่ากันแล้วเงินเดิมพันจะถูกย้ายไปไว้ที่ Pot ก่อนเริ่มต้นรอบต่อไป
  6. ผู้แจกไพ่ทำการ Turn โดยการเปิดไพ่หงายบนโต๊ะอีก 1 ใบ แล้วให้ผู้เล่นทุกคนเริ่มเล่นรอบที่สามด้วย 4 ตัวเลือกอีกครั้ง
  7. ผู้แจกไพ่ทำการ River โดยการเปิดไพ่ใบสุดท้ายหงายบนโต๊ะ 1 ใบ ซึ่งรอบนี้คือรอบสุดท้ายในการเล่น ผู้เล่นทุกคนจะนำไพ่ในมือ 2 ใบ กับไพ่หงายบนโต๊ะอีก 5 ใบมาจัดชุดเพื่อให้ได้ชุดไพ่ที่ดีที่สุด โดยผู้เล่นที่ได้แต้มมาสุดจะถือว่าเป็นผู้ชนะและคว้าเงินรางวัลจาก Pot ไปครอง ถือว่าจบรอบเกม

แต้มไพ่ และดอกไพ่ ใน โป๊กเกอร์

สำหรับ โป๊กเกอร์ แล้วนอกจากแต้มหน้าไพ่ยังมีดอกไพ่ที่ใช้ในการวัดไพ่ โดยไพ่แต่ละใบจะมีแต้มดังนี้

  • A (Ace) เป็นไพ่ที่มีคะแนนสูงสุดเมื่ออยู่ในชุดไพ่เรียง แต่จะมีค่าเพียง 1 แต้มสำหรับชุดไพ่ทั่วไป
  • K (King) มี 13 แต้ม
  • Q (Queen) มี 12 แต้ม
  • J (Jack) มี 11 แต้ม
  • ไพ่หน้าตัวเลข 2-10 มีแต้มเท่ากับหมายเลขหน้าไพ่

ในกรณีที่มีไพ่แต้มเดียวกัน จะใช้วิธีวัดกันด้วยดอกไพ่ ซึ่งไพ่แต่ละดอกจะมีขนาดใหญ่ไปเล็กดังนี้

  • โพธิ์ดำ (♠)ถือเป็นดอกไพ่ใหญ่สุด
  • โพธิ์แดง หรือ หัวใจ (♥) เป็นไพ่ขนาดรองลงมา
  • ข้าวหลามตัด (♦) เป็นไพ่ที่เล็กกว่า โพธิ์แดง
  • ดอกจิก (♣) ถือเป็นดอกไพ่ที่เล็กสุด

สมมติว่ามีไพ่ K(♥) กับไพ่ K(♦) ซึ่งทั้งคู่ถือว่ามี 13 แต้มเหมือนกัน แต่จะถือว่าไพ่ K(♥) เป็นไพ่ใหญ่กว่า

 

poker1

 การจัดชุดไพ่ โป๊กเกอร์

การจัดชุดไพ่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเล่น โป๊กเกอร์ แม้ว่าเราจะมีไพ่ดีที่สุดอยู่ในมือ แต่ถ้าจัดชุดไม่ได้ ไม่เข้าใจเรื่องการจัดไพ่ คือจบครับ เหมือนไก่ได้พลอย ดังนั้นจำไว้ว่าการเล่นไพ่ชนิดนี้เราต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ชุดไพ่เราดีที่สุด ซึ่งชุดไพ่จะเรียงจากแต้มมากสุดไปน้อยสุดดังนี้

Royal Straight Flush ถือได้ว่าเป็นชุดไพ่ราชา เป็นไพ่ที่ใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยไพ่ A, K, Q, J และ 10 โดยไพ่ทั้ง 5 ใบจะต้องอยู่ในดอกเดียวกัน โอกาสที่จะเกิดไพ่ชุดนี้ได้มีแค่ 0.00015% เท่านั้น

Straight Flush จัดว่าเป็นชุดไพ่ที่ใหญ่รองลงมาเป็นอันดับสอง มีโอกาสเกิดดีขึ้นมาอีกหน่อยคือ 0.0015% สำหรับไพ่ชุดนี้จะประกอบไปด้วยไพ่แต้มเรียง 5 ใบที่อยู่ในดอกเดียวกัน

Four of Kind เป็นชุดไพ่ที่มีหน้าเดียวกันทั้ง 4 ใบ โอกาสออกไพ่ชุดนี้อยู่ที่ 0.024%

Full house สำหรับไพ่ชุดนี้ถือว่าจัดยากพอควร เพราะจะต้องมีไพ่ตองหน้าเดียวกัน บวกกับไพ่คู่หน้าเดียวกัน โอกาสออกไพ่ชุดนี้คือ 0.14% ถือว่าออกค่อนข้างบ่อย สำหรับการชี้แพ้ชนะจะเริ่มจากการวัดชุดไพ่ตองก่อน แล้วค่อยไปดูชุดไพ่คู่ตามลำดับ

Flush เป็นชุดไพ่ที่ไม่จำเป็นต้องเรียงหน้าไพ่แต่อย่างใด ขอแค่มีดอกเดียวกันก็พอ แต่ก็เป็นไพ่ที่มีโอกาสออกซ้ำกับคนอื่นได้ เพราะมีโอกาสออกไพ่มากถึง 0.2% ดังนั้นจึงต้องใช้ดอกไพ่เป็นตัววัดขนาดไพ่ด้วย

Straight เป็นไพ่เรียงแต้ม 5 ใบ โดยไม่สนใจว่าจะเป็นดอกไหนขอแต่เรียงแต้มเป็นใช้ได้ ในกรณีที่มีผู้เล่นได้ Straight เหมือนกัน จะใช้วิธีวัดลำดับการเรียงว่าใครสูงกว่า (เรียงได้แต้มมากกว่า) โอกาสออกไพ่นี้คือ 0.39%

Three of kind เป็นการจัดชุดโดยที่ไพ่ 3 ใบจะต้องเป็นหน้าเดียวกัน (ไพ่ตอง) ส่วนอีก 2 ใบจะเป็นไพ่อะไรก็ได้ โอกาสออกไพ่นี้อยู่ที่ 2.1% กรณีที่มีผู้เล่นคนอื่นได้ไพ่ตองเหมือนกัน จะใช้ไพ่ที่เหลือในการวัดผลแพ้ชนะ

Two pair เป็นชุดไพ่ที่ประกอบไปด้วยไพ่คู่จำนวน 2 คู่ โดยจะใช้การเปรียบเทียบไพ่คู่แรกก่อน หากผลยังเสมอกันให้ดูไพ่คู่ที่สอง โอกาสออกไพ่ Two pair มีมากถึง 4.75%

One pair ไพ่ชุดนี้ไม่มีอะไรให้คิดเยอะครับ ขอแค่มีไพ่คู่เพียงแค่คู่เดียวก็พอ เป็นไพ่ชุดที่ออกบ่อยมากที่สุด โอกาสออกไพ่มากถึง 42% กันเลยทีเดียว

High Card จัดว่าเป็นชุดไพ่ระดับต่ำสุดของ โป๊กเกอร์ คือตัวไพ่จะเรียงแค่แต้มเท่านั้น คนส่วนมากมักไม่ค่อยให้ความนิยมในการเล่นไพ่ชุดนี้ เพราะมีโอกาสแพ้สูงมาก ๆ โอกาสที่จะชนะมีเพียงแค่ต้องไม่มีใครบนโต๊ะได้ไพ่สูงกว่านี้เลย หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีความชำนาญในการหลอกล่อสูงมาก ๆ จนทำให้คนที่มีไพ่เหนือกว่ายอมทิ้งไพ่ตัวเองลงมา

จากชุดไพ่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถสรุปขนาดของไพ่ได้คือไพ่ Royal flush > Straight flush > Four of kind > Full house > Flush > Straight > Three of kind > Two pair > one pair > High card

อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมได้กล่าวไว้ในข้างต้นว่าการเล่น โป๊กเกอร์ มีดีแค่ดวงไม่ได้ สิ่งที่จำเป็นต้องมีคือทักษะและความชำนาญในการเล่น เกมนี้มันต้องใช้การหลอกล่อ การอ่านทางไพ่ การอ่านใจคนอยู่ตลอดเวลา การมีไพ่สูงไม่ได้มีอะไรรับประกันว่าจะไม่แพ้ให้กับไพ่ต่ำครับ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on google
Google+

Related Posts

เดิมพัน E-Sport กับ Fun 88 ทางเลือกใหม่สำหรับคอเกมที่ชอบการเดิมพัน

Fun 88 เว็บเดิมพันที่ดีที่สุด มีเกมเดิมพันหลากหลายประเภท รวมไปถึง E-Sport ก็มีเกมให้เลือกเล่นมากมาย มาพร้อมกับโปรโมชั่นเด็ดๆเพียบ

SA Game แนะนำเกมคาสิโนออนไลน์ ยอดนิยม ไม่คุณไม่ควรพลาด

SA Game เว็บไซต์คาสิโนยอดนิยม ที่มีหลากหลายเกมให้คุณเลือกเล่น บาคาร่า สล็อต เกมไพ่มังกร คาสิโนสด โดยคุณสามารถเล่นเกมได้ทุกเวลาตลอด 24 ชม.

W88 เว็บเดิมพันออนไลน์สุดฮิต รวมทุกเกมไว้ที่นี่ ครบวงจร ทำกำไรไม่อั้น

W88 เว็บเดิมพันออนไลน์ ที่ได้รับความนิยม มีเกมครบวงจรให้เลือกเล่น โดยคุณจะพบกับคาสิโนสุดหรู กับมุมมองแบบใหม่Cinematic ให้คุณเห็นภาพได้หลายมุม!

รีวิว ดาฟาเบท ไทย กับ 8 เหตุผลที่คุณควรเลือกเล่น การันตีเล่นง่าย รับกำไรสุดคุ้ม!

รีวิว Dafabet เว็บไซต์ยอดนิยมได้รับการการันตีจากผู้ใช้จริง ได้คุณภาพ มีโปรชั่นสุดคุ้ม ความปลอดภัยสูง ฝาก-ถอนสะดวกรวดเร็ว บริการดีเยี่ยม